กำเนิดของหนังสือ

 แรกเริ่มมาจากชาวอียิปต์ที่เขียนหนังสือลงบนกระดาษที่เรียกว่า ปาปิรุส และทำเป็นเล่มโดยการม้วน เล่มที่เก่าแก่ที่สุดคือ “The Great Harris Papyrus” ซึ่งถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่ประเทศอังกฤษ และชาวกรีกเขียนหนังสือบนลงแผ่นไม้ 2 แผ่น แล้วใช้ห่วงโลหะยึดให้ติดกันไว้ตรงกลาง มีลักษณะคล้ายกับเล่มหนังสือ

ก่อนที่จีนจะรู้จักการใช้ผ้าไหมและกระดาษ การเขียนหนังสือจะเขียนลงบนไม้ไผ่ ทำเป็นเล่มหนังสือโดยเจาะรูร้อยเชือกไว้เป็นมัดๆ การทำเล่มหนังสือในลักษณะนี้ทำขึ้นในราวประมาณ 500 ปี ก่อนคริสตกาล ในช่วงเวลาเดียวกัน อินเดียก็มีการทำเล่มหนังสือโดยใช้วิธีจารลงบนใบลาน แล้วจึงเจาะร้อยเชือกเป็นเล่มในลักษณะคัมภีร์พระเทศน์ ที่ยังคงมีใช้กันในปัจจุบันนี้ และต่อมาราว 400 ปี ก่อนคริสตกาล คนจีนได้มีการเขียนหนังสือลงบนผ้าไหม และทำเป็นเล่มในลักษณะม้วนเหมือนกับอียิปต์ และเมื่อมีการคิดค้นกระดาษขึ้นใช้ใน ค.ศ, 105 ก็ยังคงเป็นลักษณะม้วนอยู่ หนังสือที่พิมพ์ด้วยบล็อกไม้ที่เก่าแก่ที่สุดและมีหลักฐานคงเหลืออยู่ มีวันที่พิมพ์ และชื่อผู้พิมพ์ปรากฏในหนังสือว่า พิมพ์เมื่อ วันที่ 1 พฤษภาคม 868 โดย วางชี สำหรับแจกทั่วไปเพื่อเป็นที่ระลึกถึงบิดามารดา ซึ่งก็มีลักษณะเป็นม้วน แต่ลักษณะที่เป็นชิ้นพิมพ์เก่าแก่ที่สุดพบที่ญี่ปุ่น เป็นการพิมพ์ยันต์และคาถา จัดพิมพ์ขึ้นโดยโองการของจักรพรรดิ โชโตกุ เพื่อแจกในปี ค.ศ. 70       

ในปี ค.ศ. 950 ชาวจีนเป็นชนชาติแรกที่เป็นผู้ริเริ่มทำหนังสือในลักษณะพับ(folder book) คือพับไปพับมาได้คล้ายสมุดข่อยของไทย เพื่อสะดวกในการค้นคว้าและอ้างอิง ซึ่งสามารถเปิดอ่านตอนไหนของเล่มก็ได้โดยไม่ต้องม้วนไปจนถึงส่วนที่ต้องการ  ต่อมาในปี ค.ศ. 1116 จีนเริ่มเย็บเล่มหนังสือพับด้วยเชือก โดยเย็บทางด้านข้างให้ติดกับด้านหนึ่งและเปิดอ่านอีกด้านหนึ่ง กระดาษที่ทำด้วยมือในระยะแรกเป็นกระดาษบางๆ ตัวหนังสือเขียนด้วยพู่กันและหมึกที่มีตัวนำเป็นน้ำ ทำให้เขียนได้หน้าเดียวคือเขียนลงบนกระดาษแล้วพับกลาง ให้ด้านที่เขียนหนังสืออยู่ข้างนอก แล้วเรียงลำดับซ้อนกันและเย็บติดกันตรงสันซึ่งเป็นด้านปลายกระดาษ ด้านพับจึงเป็นด้านริมของหนังสือที่เปิดได้ ชาวจีนจึงเป็นชาติแรกที่คิดหนังสือเย็บเล่ม(stich book)

ในยุโรปมีการนำหนังสัตว์ที่ฟอกแล้วมาใช้สำหรับเขียน พระและบาทหลวงตามวัดต่างๆ ได้ผลิตหนังสือออกมาเป็นจำนวนมาก โดยคัดตัวหนังสืออย่างบรรจงสวยงาม ใส่ลวดลาย ภาพประดิษฐ์ต่างๆ ในหน้าหนังสือ และระบายสีอย่างงดงาม เรียกหนังสือนี้ว่า “ Illuminated book ” มีการทำปกแข็งด้วยหนังและโลหะ แล้วเย็บเป็นเล่มให้เปิดได้ด้านหนึ่ง มีลักษณะคล้ายหนังสือในปัจจุบันนี้ แต่มีขนาดตัวเล่มใหญ่มาก ส่วนใหญ่ต้องตั้งอ่านบนโต๊ะ         

จนถึงปี ค.ศ. 1499 Aldus Manutius ช่างพิมพ์ชาวเวนิช ในอิตาลี ได้จัดทำตัวพิมพ์ให้มีขนาดเล็กลง และผลิตหนังสือให้มีรูปเล่มและขนาดหนังสือเท่ากับหนังสือที่ใช้กันในปัจจุบัน สำนักพิมพ์ของเขาคือ Aldine Press ซึ่งมีชื่อเสียงมากในยุคนั้น ทำให้มีผู้นิยมอ่านหนังสือกันอย่างแพร่หลาย แต่รูปเล่มของหนังสือก็ยังขาดความประณีต จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1888 William Morris ได้ตั้ง Kelmscott Press ขึ้นที่ประเทศอังกฤษ ได้มีการออกแบบและวางรูปเล่มอย่างเป็นศิลปะ ดังนั้นความคิดต่างๆ ในการออกแบบ การจัดวางรูปเล่ม และการจัดพิมพ์หนังสือ จึงเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบันนี้้้้้้้

บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน

ร้านหนังสือมือสองในเมืองไทย

ร้านหนังสือมือสองในเมืองไทย

มีทั้งเป็นแบบโกดังกับกองหนังสือคลุกฝุ่นที่รอการรื้อค้น แบบร้านกับหนังสือที่ถูกจัดเรียง สะดวกแต่ต้องเดินทาง และแบบร้านออนไลน์ที่ทั้งสะดวกและทุ่นเวลาการเดินทาง แต่จับต้องหนังสือไม่ได้

อ่านเพิ่ม »

สภาพหนังสือมือสอง

สภาพหนังสือมือสอง

สภาพหนังสือเป็นปัจจัยข้อหนึ่งในการกำหนดราคาของหนังสือมือสอง การแยกสภาพหนังสือจึงมีความสำคัญ โดยทั่วไปจะพิจารณาจากสภาพปกหน้า ปกหลัง สันหนังสือ กระดาษ ตัวเล่ม ว่ามีรอยยับ รอยถลอก ฉีกขาด เป็นต้น

อ่านเพิ่ม »

ประเภทหนังสือมือสอง

ประเภทหนังสือมือสอง

แบ่งตามความยากง่ายในการหาหนังสือ ซึ่งส่งผลถึงคุณค่าของหนังสือนั้นๆด้วย ยิ่งหายากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีคุณค่ามากขึ้นเท่านั้น

อ่านเพิ่ม »

หนังสือในประเทศไทย

หนังสือในประเทศไทย

ประเทศไทยมีแบบฉบับหนังสือเป็นของตนเองมานานแล้วตั้งแต่โบราณ โดยใช้วัตถุดิบของท้องถิ่นที่มีในธรรมชาติ เช่น ใบไม้ เปลือกไม้และเยื่อไม้ เป็นตัวรองรับการเขียน และใช้ดิน หิน แร่ธาตุ เป็นหมึกและสีสำหรับเขียน

อ่านเพิ่ม »

กำเนิดของหนังสือ

กำเนิดของหนังสือ

แรกเริ่มมาจากชาวอียิปต์ที่เขียนหนังสือลงบนกระดาษที่เรียกว่า ปาปิรุส และทำเป็นเล่มโดยการม้วน เล่มที่เก่าแก่ที่สุดคือ “The Great Harris Papyrus” ซึ่งถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่ประเทศอังกฤษ

อ่านเพิ่ม »

ความเห็นของผู้ชม